เช้าวันที่ราคาทองโลกพุ่งแรง คุณจะเห็นคำถามเดิมในโซเชียลทุกครั้ง ทำไมป้ายร้านทองขึ้นช้ากว่าตลาดโลก หรือบางวันราคาโลกลงแต่ทองในไทยกลับขึ้น สาเหตุไม่ได้อยู่ที่ร้านทองโก่งราคา แต่อยู่ที่ราคาทองในประเทศไทยถูกคำนวณผ่านสามชั้นซ้อนกัน คือ ราคาโลก ค่าเงินบาท และมาตรฐานความบริสุทธิ์ 96.5% ที่ใช้กันเฉพาะในประเทศนี้
บทความนี้จะพาคุณคำนวณราคาที่ควรจะเป็นด้วยตัวเอง โดยใช้ตัวเลขจริง ณ วันที่เขียน ตั้งแต่ราคาโลกจนถึงราคาหน้าป้าย เพื่อให้คุณรู้ทันทีว่าร้านที่คุณกำลังจะซื้อนั้นบวกราคาไปเท่าไร และรู้ว่าอะไรคือต้นทุนที่แท้จริง อะไรคือส่วนต่างที่ควรต่อรอง
คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ามีราคาทองอยู่ราคาเดียวในโลก ความจริงคือมีราคาอ้างอิงระดับโลกหนึ่งราคา แล้วแต่ละประเทศแปลงออกมาเป็นสกุลเงินและหน่วยวัดของตัวเอง ประเทศไทยมีลักษณะพิเศษสองอย่างที่ทำให้ตัวเลขสุดท้ายห่างจากราคาโลกมากกว่าประเทศอื่น คือใช้ความบริสุทธิ์ 96.5% และใช้หน่วยวัดแบบบาททอง
ราคาทองโลกกำหนดที่ตลาดลอนดอนและตลาดฟิวเจอร์สที่นิวยอร์ก ซื้อขายกันเป็นออนซ์ หน่วยที่ใช้คือ "ออนซ์ทรอย" ซึ่งหนัก 31.1035 กรัม ไม่ใช่ออนซ์ปกติที่หนัก 28.35 กรัมที่ใช้ชั่งของทั่วไป นี่คือจุดที่คนคำนวณผิดบ่อยที่สุด เพราะถ้าใช้ออนซ์ปกติตัวเลขจะสูงเกินจริงประมาณ 9.7% ราคาที่เห็นบนหน้าจอส่วนใหญ่เป็นราคาเสนอซื้อขายของทองความบริสุทธิ์ 99.99% ขึ้นไป
ทองซื้อขายกันด้วยดอลลาร์ ดังนั้นเมื่อแปลงมาเป็นเงินบาท ราคาจะเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยนทันที วันไหนเงินบาทอ่อนค่าลง ราคาทองในไทยจะขึ้นแม้ราคาโลกจะนิ่ง และวันไหนเงินบาทแข็งค่าลง ราคาทองในไทยจะลงทั้งที่ตลาดโลกไม่ได้ลงเลย นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนไทยจำนวนมากพบว่าตัวเอง "ขาดทุนทอง" ทั้งที่ราคาโลกขึ้น เพราะกำไรจากทองถูกกินด้วยการแข็งค่าของเงินบาท
ทองที่ขายในประเทศไทยมาตรฐานคือ 96.5% หรือที่เรียกกันว่า "ทอง 965" ไม่ใช่ 99.99% และหน่วยวัดที่ใช้คือบาททองซึ่งหนัก 15.244 กรัม สองค่านี้ต้องคูณเข้าไปในสูตรด้วย ถ้าลืมข้อใดข้อหนึ่ง ตัวเลขจะคลาดไปหลายพันบาทต่อบาททอง
สมมติราคาโลกอยู่ที่ 4,122.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอัตราแลกเปลี่ยน 33.6163 บาทต่อดอลลาร์
ขั้นที่ 1 แปลงออนซ์เป็นกรัม
4,122.76 ÷ 31.1035 = 132.55 ดอลลาร์ต่อกรัม
ขั้นนี้ไม่เกี่ยวกับค่าเงิน เป็นการแปลงหน่วยล้วน ๆ ผลลัพธ์หมายความว่าทองหนึ่งกรัมมีมูลค่า 132.55 ดอลลาร์ในตลาดโลก
ขั้นที่ 2 แปลงดอลลาร์เป็นบาท
132.55 × 33.6163 = 4,455.82 บาทต่อกรัม
นี่คือราคาทองความบริสุทธิ์ 99.99% หนึ่งกรัมในหน่วยเงินบาท ถ้าคุณซื้อทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.99% จากต่างประเทศมาถือ นี่คือราคาอ้างอิงที่ควรใช้
ขั้นที่ 3 ปรับตามความบริสุทธิ์ 96.5%
4,455.82 × 0.965 = 4,299.87 บาทต่อกรัม
เพราะทองหนึ่งกรัมตามมาตรฐานไทยมีเนื้อทองจริงเพียง 0.965 กรัม ส่วนที่เหลือเป็นโลหะผสมที่ทำให้ทองแข็งขึ้นและทนต่อการสึกหรอ
ขั้นที่ 4 คูณด้วยน้ำหนักหนึ่งบาททอง
4,299.87 × 15.244 = 65,547 บาท
นี่คือราคาที่ควรจะเป็นของทองคำแท่งหนึ่งบาททอง ณ ราคาโลกและค่าเงินขณะนั้น
ขั้นที่ 5 บวกส่วนต่างของร้าน
ราคาหน้าร้านจะสูงกว่านี้อีก 100 ถึง 300 บาท ขึ้นอยู่กับร้านและทำเล และถ้าเป็นทองรูปพรรณจะบวกค่ากำเหน็จเข้าไปอีก 300 ถึง 1,500 บาทต่อชิ้นตามความละเอียดของลาย
การคำนวณย้อนกลับก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน ถ้าเห็นป้ายราคา 65,800 บาท ต้องการรู้ว่าร้านบวกไปเท่าไร ให้เอา 65,800 ÷ 15.244 ÷ 0.965 × 31.1035 ÷ 33.6163 จะได้ราคาโลกโดยนัยประมาณ 4,138 ดอลลาร์ เทียบกับราคาจริง 4,122.76 แปลว่าส่วนต่างประมาณ 15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 240 บาทต่อบาททอง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติของร้านทองทั่วไป
หน่วยวัดทองของไทยสับสนได้ง่ายเพราะชื่อไปซ้ำกับหน่วยเงิน ด้านล่างคือตารางที่ควรบันทึกไว้ใช้บ่อย ราคาคำนวณจากตัวเลขวันนี้ที่ความบริสุทธิ์ 96.5%
| หน่วย | น้ำหนัก (กรัม) | ราคา ณ วันนี้ (บาท) |
|---|---|---|
| 1 บาททอง | 15.2440 | 65,547 |
| 2 สลึง (ครึ่งบาท) | 7.6220 | 32,774 |
| 1 สลึง | 3.8110 | 16,387 |
| ครึ่งสลึง | 1.9055 | 8,193 |
| 1 กรัม | 1.0000 | 4,300 |
| 1 ออนซ์ทรอย | 31.1035 | 133,741 |
| 1 กิโลกรัม | 1,000 | 4,299,870 |
ข้อควรระวังคือหนึ่งบาททองหนัก 15.244 กรัม ซึ่งใกล้เคียงกับครึ่งออนซ์ (15.55 กรัม) มาก จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าหนึ่งบาททองเท่ากับครึ่งออนซ์พอดี ความจริงต่างกันประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคำนวณด้วยครึ่งออนซ์แทน 15.244 กรัม ตัวเลขจะคลาดไปประมาณ 1,300 บาทต่อบาททอง ให้ยึด 15.244 เป็นหลักเสมอ
ตารางนี้ใช้ค่าเงินคงที่ 33.6163 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อให้เห็นผลของราคาโลกเพียงตัวเดียว ในความเป็นจริงค่าเงินจะขยับพร้อมกัน ซึ่งจะพูดในหัวข้อถัดไป
| ราคาโลก (USD/ออนซ์) | ทอง 1 กรัม (บาท) | ทอง 1 บาท (บาท) |
|---|---|---|
| 3,800 | 3,963 | 60,416 |
| 4,000 | 4,172 | 63,595 |
| 4,122.76 | 4,300 | 65,547 |
| 4,400 | 4,589 | 69,955 |
| 4,600 | 4,798 | 73,135 |
จะเห็นว่าทุก ๆ 100 ดอลลาร์ที่ราคาโลกขยับ ราคาทองไทยจะขยับประมาณ 1,590 บาทต่อบาททอง หรือประมาณ 105 บาทต่อกรัม ตัวเลขนี้ใช้ประมาณการเร็ว ๆ ได้ดี เช่นถ้าคุณได้ยินว่าตลาดโลกขึ้น 2% จาก 4,122 ดอลลาร์ ก็คือขึ้นประมาณ 82 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,300 บาทต่อบาททอง
คำถามนี้ถูกถามบ่อยมาก และคำตอบไม่ได้อยู่ที่คุณภาพ แต่เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์และการใช้งาน
ทอง 99.99% อ่อนมาก บิดงอง่าย นิ้วมือกดเป็นรอยได้ เหมาะกับการเก็บในรูปแท่งหรือใบรับฝากมากกว่าเครื่องประดับที่ต้องสวมใส่ทุกวัน ทอง 96.5% ผสมโลหะอื่นเล็กน้อยทำให้แข็งขึ้น ทนต่อการสึกหรอ และคงรูปทรงได้นานกว่า นี่คือเหตุผลหลักที่ร้านทองไทยเลือกมาตรฐานนี้มาเป็นเวลากว่าเจ็ดสิบปี
เพราะร้านทองไทยทุกแห่งใช้มาตรฐานเดียวกัน คุณจึงซื้อที่จังหวัดหนึ่งแล้วไปขายอีกจังหวัดหนึ่งได้ในราคาที่ใกล้เคียงกันมาก นี่คือข้อได้เปรียบด้านสภาพคล่องที่สำคัญมาก และเป็นเหตุผลที่ทอง 96.5% ในไทยขายคืนง่ายกว่าทอง 99.99% ซึ่งต้องขายผ่านผู้รับซื้อเฉพาะหรือโรงหลอม
ทอง 96.5% หนึ่งกรัมมีเนื้อทองจริง 0.965 กรัม ส่วนทอง 99.99% มี 0.9999 กรัม เมื่อคิดเป็นมูลค่า ต่างกันประมาณ 3.5% ซึ่งสอดคล้องกับที่ราคาทอง 96.5% ถูกกว่าราคาโลกในสัดส่วนเดียวกัน ไม่ใช่เพราะคุณภาพต่ำกว่า แต่เพราะมีเนื้อทองน้อยกว่าในน้ำหนักที่เท่ากัน
สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อขายทองคำแท่งและทองรูปพรรณวันละสองครั้ง คือรอบเช้าประมาณ 09.30 น. และรอบบ่ายประมาณ 14.00 น. ถ้าตลาดโลกผันผวนรุนแรงอาจมีประกาศเพิ่มเติมกลางวัน ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะใช้ราคาปิดของวันทำการล่าสุด
ผลที่ตามมาสำหรับคนซื้อคือ ราคาที่คุณเห็นตอนเช้าอาจไม่ใช่ราคาที่คุณจ่ายตอนบ่าย ถ้าตลาดโลกขึ้นแรงในช่วงเช้าและสมาคมยังไม่ออกประกาศรอบสอง คุณจะซื้อได้ในราคาเก่าที่ต่ำกว่าตลาด ซึ่งเป็นโอกาส แต่ในทางกลับกันถ้าตลาดโลกลงแรงแล้วคุณเพิ่งซื้อไปเมื่อเช้า คุณจะขาดทุนทันทีเพราะราคาร้านยังไม่ปรับลง
ลองดูตารางนี้ที่ราคาโลกคงที่ 4,122.76 ดอลลาร์ แต่เปลี่ยนเฉพาะค่าเงินบาท
| อัตราแลกเปลี่ยน (บาท/ดอลลาร์) | ทอง 1 บาท (บาท) | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|
| 32.50 | 63,371 | −3.3% |
| 33.00 | 64,346 | −1.8% |
| 33.6163 | 65,547 | — |
| 34.00 | 66,295 | +1.1% |
| 34.50 | 67,270 | +2.6% |
| 35.00 | 68,245 | +4.1% |
จำตัวเลขนี้ไว้: ค่าเงินบาทเปลี่ยน 1% ราคาทองไทยเปลี่ยนประมาณ 655 บาทต่อบาททอง หรือ 44.56 บาทต่อกรัม ในปีที่เงินบาทอ่อนค่าลง 5% ราคาทองในประเทศไทยจะขึ้นประมาณ 3,277 บาทต่อบาททอง แม้ราคาโลกจะไม่ขยับเลยก็ตาม
นี่คือเหตุผลที่คนที่ถือทองในไทยต้องติดตามสองอย่างพร้อมกัน ไม่ใช่แค่อย่างเดียว และเป็นเหตุผลที่นักลงทุนบางคนเลือกถือทองในรูปดอลลาร์ (XAU/USD) แทน เพราะต้องการแยกความเสี่ยงเรื่องทองออกจากความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน
ราคาที่สมาคมประกาศเป็นเพียงจุดอ้างอิงกลาง ร้านแต่ละแห่งปรับจากจุดนี้ด้วยปัจจัยของตัวเอง
นี่คือรายได้หลักของร้านทอง ปกติอยู่ที่ 100 ถึง 300 บาทต่อบาททอง หรือคิดเป็น 0.15 ถึง 0.46 เปอร์เซ็นต์ของราคา สเปรด 300 บาทหมายความว่าถ้าคุณซื้อแล้วขายคืนทันทีในวันเดียวกัน คุณจะขาดทุนประมาณ 300 บาทต่อบาททองทันทีโดยที่ราคาไม่ต้องขยับเลย
ใช้กับทองรูปพรรณเท่านั้น เป็นค่าแรงและค่าลาย ตั้งแต่ 300 บาทสำหรับลายเรียบง่าย ไปจนถึงหลักพันสำหรับลายละเอียดหรือลายแบรนด์ ค่ากำเหน็จนี้คิด VAT 7% เพราะถือเป็นค่าบริการ ส่วนเนื้อทองได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม นี่คือเหตุผลที่ทองรูปพรรณราคาสูงกว่าทองแท่งในน้ำหนักเท่ากันอย่างมีนัยสำคัญ
ทองรูปพรรณเมื่อขายคืนจะถูกหักค่าสึกหรอตามสภาพ ปกติ 2 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับสภาพจริงและนโยบายของร้าน ทองแท่งไม่มีการหักส่วนนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่คนซื้อเพื่อการลงทุนควรเลือกทองแท่ง
ร้านใหญ่ที่มีปริมาณหมุนเวียนสูงมักให้สเปรดที่แคบกว่า เพราะกระจายต้นทุนคงที่ได้ดีกว่า ร้านเล็กในต่างจังหวัดอาจบวกมากกว่าเล็กน้อย แต่ก็อาจให้บริการที่ยืดหยุ่นกว่าในเรื่องการต่อรอง
ถ้าเป้าหมายคือการลงทุน ไม่ใช่การถือของจริง การรู้ต้นทุนของทั้งสองทางช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดขึ้น
| หัวข้อ | ทองคำแท่ง 96.5% | XAU/USD |
|---|---|---|
| เงินขั้นต่ำ | ประมาณ 8,000 บาท (ครึ่งสลึง) | ขึ้นกับเลเวอเรจ |
| สเปรด | 100–300 บาท/บาททอง (0.15–0.46%) | ประมาณ 6 บาท/บาททอง |
| ค่าถือครอง | ค่าตู้เซฟ/ประกัน 0.3–0.8%/ปี | ค่าสวอปข้ามคืน |
| เวลาซื้อขาย | ตามเวลาร้าน เปิด–ปิด | ประมาณ 23 ชั่วโมง วันจันทร์–ศุกร์ |
| สภาพคล่อง | ขายได้ทันทีที่ร้าน | ขายได้ตลอดเวลาที่ตลาดเปิด |
| ความเสี่ยง | ราคา + ค่าเงิน + การเก็บรักษา | ราคา + ค่าเงิน + เลเวอเรจ |
จุดที่น่าสนใจคือสเปรดของ XAU/USD แคบกว่ามาก ประมาณ 6 บาทต่อบาททอง เทียบกับ 100–300 บาทของร้านทอง ต่างกันเกือบห้าสิบเท่า เพราะตลาดโลกมีผู้เล่นจำนวนมากและต้นทุนดำเนินการต่ำ แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงจากเลเวอเรจและค่าสวอปที่ต้องจ่ายทุกคืนที่ถือสถานะ
ราคาทองคำวันนี้ในประเทศไทยไม่ใช่ราคาโลกที่แปลงหน่วยตรง ๆ แต่เป็นผลของสามชั้น คือราคาตลาดโลก ค่าเงินบาท และมาตรฐาน 96.5% พร้อมน้ำหนักหน่วยบาททอง 15.244 กรัม เมื่อเข้าใจสูตรทั้งสี่ตัวคูณนี้ คุณจะสามารถคำนวณราคาที่ควรจะเป็นได้เองภายในหนึ่งนาที และรู้ทันทีว่าร้านที่คุณกำลังจะซื้อบวกราคาไปเท่าไร
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การทายว่าราคาจะขึ้นหรือลง แต่คือการรู้ต้นทุนที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ เพราะในตลาดทอง กำไรส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการซื้อถูก แต่มาจากการไม่จ่ายเกินตั้งแต่วันแรก
คำนวณผ่านสามชั้น ชั้นแรกคือราคาโลก XAU/USD ต่อออนซ์ หารด้วย 31.1035 เพื่อแปลงเป็นราคาต่อกรัม ชั้นที่สองคูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์ ชั้นที่สามคูณด้วย 0.965 ตามมาตรฐานความบริสุทธิ์ของไทย แล้วคูณด้วยน้ำหนัก 15.244 กรัมต่อหนึ่งบาททอง ตัวอย่างเช่นราคาโลก 4,122.76 ดอลลาร์ ค่าเงิน 33.6163 บาท จะได้ประมาณ 65,547 บาทต่อบาททอง
เพราะมีเนื้อทองจริงน้อยกว่าในน้ำหนักที่เท่ากัน ทอง 96.5% มีเนื้อทอง 965 ส่วนจาก 1,000 ส่วน ส่วนทอง 99.99% มีเนื้อทอง 999.9 ส่วนจาก 1,000 ส่วน เมื่อเทียบน้ำหนักหนึ่งกรัมเท่ากัน ทอง 99.99% จึงมีมูลค่าสูงกว่าประมาณ 3.5 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามร้านทองไทยซื้อขายด้วยมาตรฐาน 96.5% ทั้งประเทศ ทำให้สภาพคล่องในการขายคืนสูงกว่าทอง 99.99% ที่ต้องขายผ่านผู้รับซื้อเฉพาะ
หนึ่งบาททองของไทยหนัก 15.244 กรัม ไม่เกี่ยวกับหน่วยเงินบาท หน่วยนี้เป็นหน่วยวัดน้ำหนักทองแบบดั้งเดิมที่ใช้กันในร้านทองไทย โดยแบ่งย่อยเป็นสี่สลึง หนึ่งสลึงหนัก 3.811 กรัม และครึ่งสลึงหนัก 1.9055 กรัม ในการแปลงเป็นกรัมให้คูณจำนวนบาททองด้วย 15.244 เสมอ อย่าใช้น้ำหนักของเงินบาทหรือหน่วยวัดอื่นมาปนกัน
มากพอ ๆ กับราคาโลก ค่าเงินบาทที่เปลี่ยนไปหนึ่งเปอร์เซ็นต์ทำให้ราคาทองหนึ่งบาททองเปลี่ยนประมาณ 655 บาท หรือประมาณ 44.56 บาทต่อกรัม ถ้าเงินบาทอ่อนค่าลงห้าเปอร์เซ็นต์ในหนึ่งไตรมาส ราคาทองในไทยจะสูงขึ้นประมาณ 3,277 บาทต่อบาททอง แม้ราคาโลกจะไม่ขยับเลย นี่คือสาเหตุที่ราคาทองไทยกับราคาโลกสวนทางกันได้บ่อยในปีที่เงินบาทผันผวน
ไม่เท่า ราคาสมาคมเป็นเพียงราคาอ้างอิงกลางที่ประกาศวันละสองครั้ง ร้านทองแต่ละแห่งจะบวกราคาขายออกและหักราคารับซื้อของตัวเอง ต่างกันได้ 100 ถึง 300 บาทต่อบาททอง หรือประมาณ 0.15 ถึง 0.46 เปอร์เซ็นต์ ก่อนซื้อควรถามทั้งราคาขายออกและราคารับซื้อ แล้วคำนวณส่วนต่างเป็นเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขราคาหน้าร้าน
บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี การซื้อขายทองคำและสัญญาซื้อขายส่วนต่างมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินต้นทั้งหมด ตัวเลขราคาในบทความเป็นการบันทึก ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
© 2026 XAUAD · ราคาอ้างอิงจาก Swissquote